ขั้นตอนการ์ดผลิตการ์ดเกม Magic the Gathering ตั้งแต่เริ่มต้นจนอยู่ในซอง

Wizards of the Coast มีกระบวนการการคิดและมีทีมงานแต่ละฝ่ายที่ผลิตการ์ดเกมต่าง ๆ รวมถึงการ์ดเกม Magic the Gathering อย่างเป็นระบบ โดยกว่าจะได้เป็นการ์ดแต่ละใบที่ให้ผู้เล่นทั่วโลกนำมาเล่นกันจะต้องผ่านขั้นตอนต่าง ๆ มากมายดังต่อไปนี้

mtg card producing process1 ขั้นตอนการ์ดผลิตการ์ดเกม Magic the Gathering ตั้งแต่เริ่มต้นจนอยู่ในซอง

1. เริ่มต้นการพูดคุยและการวางแนวคิดของการ์ดและตัวละครแต่ละชุด โดยให้ทีมวิจัยและพัฒนาการ์ด (Research & Development) ทำการคิดค้น ซึ่งจะมีการ์ดเปล่าที่ด้านหลังเป็นลายด้านหลังของการ์ดเกม Magic the Gathering แต่ด้านหน้าจะว่างเปล่า เพื่อให้ทีมงานสามารถเขียนความสามารถการ์ดแต่ละใบได้ด้วยลายมือ และทดสอบการเล่นและปรับความสามารถในเรื่องหลัก ๆ แบบคร่าว ๆ

mtg card producing process2 ขั้นตอนการ์ดผลิตการ์ดเกม Magic the Gathering ตั้งแต่เริ่มต้นจนอยู่ในซอง

2. ทดสอบการ์ดอย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มรายละเอียดของการ์ดให้มากขึ้น ทดลองการเล่นและปรับสมดุลของการ์ดเกมชุดนั้น ๆ จากนั้นจึงส่งการ์ดที่มีความเสถียรให้ทีมงานฝ่ายสร้างสรรค์จินตนาการหน้าตาของการ์ด และบรรยายรูปลักษณ์ออกมาเป็นแนวคิดผ่านตัวอักษร เช่น รูปร่างหน้าตา อารมณ์ ชุดเกราะ สีเสื้อผ้า อาวุธที่มี ฯลฯ เพื่อส่งรายละเอียดทั้งหมดให้นักวาดวาดออกมาเป็นการ์ดใบนั้น ๆ

mtg card producing process3 ขั้นตอนการ์ดผลิตการ์ดเกม Magic the Gathering ตั้งแต่เริ่มต้นจนอยู่ในซอง

3. เมื่อได้ภาพการ์ดที่จะใช้สำหรับใบนั้น ๆ มาแล้ว จะมีการพูดคุยและตกลงเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางอย่างให้เข้ากับภาพและแนวคิดประจำชุด เช่น ชื่อตัวละคร ชื่อการ์ด ปรับปรุงภาษาที่ใช้ในการ์ดใบนั้น ๆ เมื่อเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วจึงส่งให้ทีมงานทั่วโลกนำไปแปล ปรับปรุงภาษาและสำนวนที่ใช้ในการ์ดให้เข้ากับภาษาท้องถิ่นนั้น ๆ โดยปัจจุบันมีการ์ด Magic the Gathering ทั้งหมด 11 ภาษา

mtg card producing process4 ขั้นตอนการ์ดผลิตการ์ดเกม Magic the Gathering ตั้งแต่เริ่มต้นจนอยู่ในซอง

mtg card producing process5 ขั้นตอนการ์ดผลิตการ์ดเกม Magic the Gathering ตั้งแต่เริ่มต้นจนอยู่ในซอง

โรงพิมพ์ Cartamundi ที่ใช้ผลิตการ์ดเกม Magic the Gathering

4. ขณะที่การ์ดนอกเหนือจากภาษาอังกฤษอยู่ในระหว่างการแปล การ์ดภาษาอังกฤษทั้งหมดจะเข้าสู่ขั้นตอนการจัดหน้าตาของการ์ดด้วยคอมพิวเตอร์ จากนั้นจึงนำไปจัดเรียงพร้อมเป็นเลย์เอาท์เพื่อจัดทำเป็นเพลทที่ใช้สำหรับแท่นพิมพ์และทำการตรวจสอบต้นฉบับให้มีความถูกต้อง ก่อนจะส่งไฟล์ให้บริษัท Cartamundi ซึ่งเป็นบริษัทที่รับพิมพ์การ์ด Magic the Gathering เป็นส่วนใหญ่ของโลกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1993 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งใช้แท่นพิมพ์ที่มีความยาวเท่ากับรถเมล์ 2 คันต่อกันในการพิมพ์

mtg card producing process7 ขั้นตอนการ์ดผลิตการ์ดเกม Magic the Gathering ตั้งแต่เริ่มต้นจนอยู่ในซอง

mtg card producing process8 ขั้นตอนการ์ดผลิตการ์ดเกม Magic the Gathering ตั้งแต่เริ่มต้นจนอยู่ในซอง

คลังสินค้าของ Wizards of the Coast ที่สหรัฐอเมริกา

5. เมื่อมีการจัดพิมพ์เรียบร้อยแล้ว จะมีการแยกการ์ดต่าง ๆ ให้ตรงชนิดของผลิตภัณฑ์ เช่น ภาษา เด็คจัดชุดต่าง ๆ ให้ถูกต้อง จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการบรรจุการ์ด และตรวจสอบความถูกต้องด้วยมนุษย์ในขั้นตอนสุดท้ายอีกครั้งหนึ่ง และจะเข้าสู่ขั้นตอนการจัดส่งให้คลังสินค้าของ Wizards of the Coast ทั่วโลก เพื่อเตรียมพร้อมในการทำให้การ์ดชุดเดียวกันไปถึงมือผู้เล่นทั่วโลกได้พร้อมกันและเริ่มเล่นได้ในวันเดียวกัน

ประวัติของบัตรเครดิต จุดเริ่มต้นของการรูดก่อน จ่ายเงินทีหลังแบบไม่ต้องพกเงินสด

บัตรเครดิต (Credit Card) เป็นบัตรประเภทที่เปิดโอกาสให้ผู้ถือบัตรสามารถชำระค่าสินค้าและบริการได้ โดยไม่ต้องจ่ายเป็นเงินสดในทันที และจ่ายเงินภายหลังในกำหนดระยะเวลาและรูปแบบที่มีการตกลงกันในสัญญาเอาไว้ โดยมีวงเงินส่วนบุคคลที่แต่ละคนจะสามารถใช้จ่ายได้ในแต่ละเดือนกำหนดอยู่ ซึ่งปัจจุบันมีบริการเสริมและกลยุทธที่หลากหลายเพื่อดึงดูดให้ลูกค้าใช้บัตรของตน อาทิเช่น การแบ่งระดับและสิทธิการใช้บัตร การสะสมแต้มเมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร การสะสมไมล์เพื่อใช้ในการเดินทางด้วยเครื่องบิน การแลกสิทธิพิเศษและส่วนลดต่าง ๆ เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรตามช่วงระยะเวลาและร้านค้าต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งบัตรเครดิตมีวิวัฒนาการดังต่อไปนี้

ยุคก่อนมีบัตรเครดิตเกิดขึ้น (ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18)

charger plate ประวัติของบัตรเครดิต จุดเริ่มต้นของการรูดก่อน จ่ายเงินทีหลังแบบไม่ต้องพกเงินสด

Charger Plate บรรพบุรุษของบัตรเครดิต

บรรพบุรุษของบัตรเครดิตเกิดขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 ซึ่งลูกค้าและผู้ค้าเริ่มใช้สิ่งที่คล้ายคลึงกับหน้าที่ของบัตรเครดิตในปัจจุบัน ได้แก่ Charge Plates ซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นโลหะทำมาจากอลูมิเนียมหรือโลหะขาว มีขนาดเท่า Dogtag ของทหาร โดยข้างหน้าจะมีการปั๊มชื่อลูกค้าและที่อยู่ ส่วนข้างในจะมีกระดาษแข็งสอดอยู่ โดยมีชื่อผู้ออกแผ่นเครดิตและลายเซ้นของผู้ถือแผ่นดังกล่าว ผู้ที่ออกบัตรส่วนใหญ่จะเป็นห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และบริษัทน้ำมัน โดยบางครั้งผู้จัดการจะเก็บแผ่นดังกล่าวไว้ในร้านค้าและนำออกมาเมื่อจะมาใช้ โดย Charge Plate ได้รับความนิยมอย่างสูงในช่วงทศวรรษที่ 1920 พร้อมกับการมีรถยนต์ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทาง โดยที่ไม่จำเป็นต้องเตรียมถอนเงินจากธนาคารในสาขาที่ตนเองฝากไว้

อีกสิ่งหนึ่งที่มีการใช้ ได้แก่ Charge Coins โดยเชื่อว่ามีการเริ่มต้นการใช้เมื่อปี ค.ศ. 1865 โดยครั้งแรกทำมาจากเซลลูลอยด์ และเปลี่ยนมาเป็นทองแดง อลูมิเนียม เหล็กกล้า หรือโลหะขาว ซึ่งมีขนาดที่แตกต่างกันไป โดยส่วนใหญ่จะเป็นทรงกลม แต่บางครั้งก็จะพบในทรงสามเหลี่ยมหรือรูปร่างอื่นด้วย ซึ่งผู้ออกเหรียญดังกล่าว ส่วนใหญ่ได้แก่ห้างสรรพสินค้า โดยมีหมายเลขของลูกค้าและสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับผู้ค้า เช่น ตราสัญลักษณ์ห้างสรรพสินค้า ปรากฏอยู่ โดย Charge Plate ยุติการใช้ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1960

บัตรธนาคาร และการก้าวเข้ามาของบัตรเครดิต

บัตรธนาคารใบแรกเกิดขึ้นโดยนายธนาคาร John Biggins ในเมืองบรุ๊คลิน นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อปี ค.ศ. 1946 โดยเป็นบัตรกระดาษแข็งใช้ชื่อว่า Charg-it และเมื่อผู้ใช้บริการใช้บัตรของ Biggins เพื่อการซื้อสินค้า ใบเสร็จรับเงินต่าง ๆ จะถูกส่งมาที่ธนาคารของ Biggins โดยตรงและชำระเงินแทนผู้ถือบัตร จากนั้นธนาคารของ Biggins ก็จะเก็บเงินจากลูกค้าต่อไป แต่มีอุปสรรคตรงที่การซื้อสินค้าจะต้องซื้อจากในท้องถิ่น และลูกค้าจะต้องเปิดบัญชีธนาคารของ Biggins ด้วย

the diners club first credit card ประวัติของบัตรเครดิต จุดเริ่มต้นของการรูดก่อน จ่ายเงินทีหลังแบบไม่ต้องพกเงินสด

บัตร The Diners Club บัตรเครดิตใบแรกของโลก

บัตรเครดิตที่ถือว่าเป็นต้นกำเนิดของโลกคือบัตร The Diners Club โดยมีต้นกำเนิดจาก Frank McNamara เมื่อปี ค.ศ. 1949 ในขณะที่เขานัดทานอาหารที่ร้านอาหารในนิวยอร์กแต่ลืมเอากระเป๋าเงินมา จึงเกิดความคิดในการหาวิธีอื่น ๆ เพื่อการชำระเงิน และร่วมกับ Ralph Schnider ในการคิดค้นบัตรกระดาษแข็งที่ใช้เพื่อการซื้อสินค้าในปี ค.ศ. 1950 ในชื่อ The Diners Club ซึ่งมีร้านอาหารในนิวยอร์ก 27 ร้านที่เริ่มต้นการใช้บัตรดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการใช้จ่ายในหมวดการท่องเที่ยวและความบันเทิงเป็นหลัก และเพียงปีเดียวก็มีลูกค้าที่ใช้มากกว่า 20,000 ราย จึงทำให้กลายเป็นบัตรเครดิตใบแรกที่ีการใช้งานอย่างแพร่หลาย แต่ยังคงต้องจ่ายเงินค่าใช้บริการกับทาง The Diners Club เต็มจำนวนทุกสิ้นเดือนเท่านั้น

บัตร American Express และการเกิดของบัตรเครดิตแบบพลาสติก

amex first plastic credit card ประวัติของบัตรเครดิต จุดเริ่มต้นของการรูดก่อน จ่ายเงินทีหลังแบบไม่ต้องพกเงินสด

บัตร American Express บัตรเครดิตพลาสติกใบแรกของโลก

American Express (AMex) เริ่มก่อตั้งในปี ค.ศ. 1850 ซึ่งแต่เดิมเป็นบริษัทที่รับขนส่งพัสดุภัณฑ์ เงิน และตั๋วเดินทาง และก้าวเข้ามาเป็นผู้ให้บริการบัตรเครดิตในปี ค.ศ. 1958 โดยเริ่มต้นจากบัตรสีม่วง และเป็นบริษัทแรกที่จัดทำบัตรเครดิตในรูปแบบพลาสติกเมื่อปี ค.ศ. 1959 เพื่อเป้าหมายในการเดินทางและบันเทิงเป็นหลัก ก่อนที่จะกลายมาเป็นบัตรที่ใช้ชำระค่าสินค้าและบริการเต็มรูปแบบในช่วงทศวรรษที่ 1990 และเป็นบริษัทที่เริ่มคิดเงินจากบัตรเครดิตเป็นเงินสกุลท้องถิ่นในประเทศต่าง ๆ และในปี ค.ศ. 1959 ทั้ง The Diners Club และ American Express ก็ยังได้เริ่มระบบการชำระเงินขั้นต่ำจากการใช้จ่ายบัตรเครดิตเป็นรายเดือนอีกด้วย

Visa และ Mastercard 2 ยักษ์ใหญ่ในโลกของบัตรเครดิต

bankamericard visa change ประวัติของบัตรเครดิต จุดเริ่มต้นของการรูดก่อน จ่ายเงินทีหลังแบบไม่ต้องพกเงินสด

บัตรเครดิต BankAmericard และ Visa รูปแบบแรก

บัตรเครดิตที่สามารถใช้ชำระค่าสินค้าและบริการได้ทุกประเภท เฉกเช่นบัตรเครดิตที่เราใช้บริการอยู่ทุกวันนี้ เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1966 โดย Bank of America ซึ่งก่อตั้ง BankAmerica Service Corporation และใช้ชื่อบัตรของตนเองว่า BankAmericard ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น Visa ในภายหลัง

mastercharge credit card ประวัติของบัตรเครดิต จุดเริ่มต้นของการรูดก่อน จ่ายเงินทีหลังแบบไม่ต้องพกเงินสด

บัตรเครดิต Mastercharge กล่อนเปลี่ยนชื่อเป็น Mastercard ในภายหลัง

ในปีเดียวกันได้มีการก่อตั้งระบบบัตรเครดิตแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นหน่วยงานกลางในการรวบรวมข้อมูลจากการรวมตัวกันของธนาคารอื่น ๆ นอกจาก Bank of America ที่ออกบัตรเครดิตของตนเองภายใต้ชื่อ InterBank Card Association ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น Mastercard Worldwide และตั้งชื่อบัตรของตนเองว่า Mastercharge ก่อนจะใช้ชื่อ Mastercard ในภายหลัง และจากจุดกำเนิดนี้ก็ทำให้ Visa และ Mastercard เป็นคู่แข่งในทางตรงนับแต่นั้นเป็นต้นมา

การกำเนิดขึ้นของ Visa และ Mastercard ก่อให้เกิดการลดต้นทุนในด้านต่าง ๆ และสร้างระบบการจัดการของตนเอง ซึ่งเอื้อประโยชน์ให้สถาบันการเงินขนาดเล็กที่ต้องการจะร่วมในระบบ เช่น  การออกบัตร การเปิดบัญชีกับผู้ถือบัตร การจ่ายเงินคืนให้กับผู้ค้าที่รับบัตร รวมถึงระบบในการป้องกันการหลอกลวงและการใช้บัตรในทางมิชอบ การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการเงินในระดับนานาชาติ และระบบการชี้ขาดเมื่อเกิดการโต้เถียงระหว่างสมาชิก

ต้นกำเนิดของบัตรเครดิตในประเทศไทย

kbank platinum card ประวัติของบัตรเครดิต จุดเริ่มต้นของการรูดก่อน จ่ายเงินทีหลังแบบไม่ต้องพกเงินสด

สำหรับประเทศไทยเริ่มมีการใช้บัตรเครดิตครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1969 โดย The Diners Club จากนั้น Visa จึงเริ่มต้นเปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1970 และธนาคารกสิกรไทย เป็นธนาคารแรกที่ออกบัตรเครดิต โดยเริ่มต้นจากการร่วมมือกับธนาคารศรีนครในปี ค.ศ. 1972 รับสิทธิเป็นตัวแทนของ Mastercard และ Visa ในปี ค.ศ. 1974 และ 1979 ตามลำดับ และออกบัตรเครดิตของตนเองในชื่อ “บัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทย” เป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1978

ปัจจุบันและอนาคตของบัตรเครดิต

jcb unionpay china eastern card ประวัติของบัตรเครดิต จุดเริ่มต้นของการรูดก่อน จ่ายเงินทีหลังแบบไม่ต้องพกเงินสด

บัตรเครดิตร่วมในเครือข่าย JCB และ Union Pay

เป็นที่ทราบกันดีกว่าปัจจุบันบัตรเครดิตได้แพร่หลายไปทั่วโลก ทุกประเทศ และมีการให้บริการทั้งธนาคารและห้างสรรพสินค้าที่ออกบัตรต่าง ๆ โดยการเสนอสิทธิประโยชน์และการแบ่งระดับลูกค้าไว้อย่างหลากหลาย ซึ่งในปัจจุบันมีเครือข่ายของบัตรเครดิตที่นอกเหนือจาก Visa และ Mastercard ที่สำคัญในระบบการธนาคารโลก เช่น Eurocard ของทวีปยุโรป JCB ของญี่ปุ่น และ Union Pay ของจีน เป็นต้น

dbs visa paywave with chip card ประวัติของบัตรเครดิต จุดเริ่มต้นของการรูดก่อน จ่ายเงินทีหลังแบบไม่ต้องพกเงินสด

บัตรเครดิตที่มีชิพเพื่อเพิ่มความปลอดภัย และสามารถแตะกับเครื่องอ่านบัตรไร้สายเพื่อชำระเงินได้

เมื่อมีการใช้บัตรเครดิตอย่างแพร่หลาย  บริษัทต่าง ๆ ซึ่งได้ออกแบบระบบป้องกันต่าง ๆ เพื่อป้องกันการใช้บัตรในทางที่ผิด ตั้งแต่การใส่โฮโลแกรมกันปลอมบนบัตร ใช้เครื่องรูดและออกสลิปแบบอิเล็กทรอนิกส์พร้อมการมีแถบข้อมูลแม่เหล็กและลายเซ็นหลังบัตร การใส่ชิพเพื่อเข้ารหัสข้อมูล การเปิดให้ผู้ค้าทั่วไปใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเป็นเครื่องรับบัตรเครดิตผ่านอุปกรณ์เสริม การออกระบบ One-Time Password ยืนยันการใช้จ่ายเงินผ่านระบบออนไลน์ จนไปถึงการใช้่ระบบบัตรเครดิตเสมือนบนโทรศัพท์มือถือที่ผสมผสานเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายระยะใกล้ (Near Field Communication) เช่น Visa Paywave และ Masterpass และการใช้การอ่านลายนิ้วมือบนบัตรเพื่อการยืนยันตัวตนการใช้งาน

mastercard masterpass ประวัติของบัตรเครดิต จุดเริ่มต้นของการรูดก่อน จ่ายเงินทีหลังแบบไม่ต้องพกเงินสด

บริการการชำระเงินผ่านเครื่องอ่านบัตรเครดิตไร้สาย โดยใช้บัตรเครดิตเสมือนบนโทรศัพท์มือถือ Masterpass โดย Mastercard

แม้การใช้บัตรเครดิตเพื่อการซื้อสินค้าและบริการทั้งรูปแบบที่จับต้องได้และบนโลกออนไลน์จะยังมีอุปสรรคและไม่มีการใช้อย่างแพร่หลายในประเทศที่มีการใช้เงินสดเป็นหลักและร้านค้าไม่ต้องการที่จะแบกรับค่าธรรมเนียมไว้กับตนเองในการรับชำระผ่านบัตรเครดิต แต่ผู้ให้บริการบัตรเครดิตทั้งหน้าเก่าต่าง ๆ และรายใหม่อย่างเช่น Paypal และ Square ก็จะต้องสรรหารูปแบบและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อดึงลูกค้าให้ใช้บริการ โดยผ่านแนวคิดที่นำเสนอความสะดวกสบายจากบริษัทต่าง ๆ ที่พยายามใช้สื่อประชาสัมพันธ์ให้เมืองและผู้คนในประเทศต่าง ๆ กลายมาเป็นเป็นสังคมไร้เงินสดอย่างแน่นอน

How to play : การ์ดเกม Tekken Card Tournament

การ์ดเกม Tekken Card Tournament เป็นเกมที่พัฒนาขึ้นมาโดย Bandai Namco ในปี ค.ศ. 2013 ซึ่งเป็นการ์ดเกมที่นำมาจากเกมต่อสู้ชื่อดัง Tekken ที่มีทั้งการ์ดเกมแบบดิจิตอลที่ผู้เล่นสามารถเล่นได้ผ่านสมาร์ทโฟนทั้ง iPhone และ Android และการ์ดจริงที่ผู้เล่นสามารถสแกน QR Code บนการ์ดและเพิ่มตัวละครลงไปในบัญชีของตนเอง อีกทั้งยังสามารถเล่นกับตัวละครได้ผ่านการเอากล้องไปส่องการ์ด การ์ดใบนั้น ๆ ก็จะมีตัวละครจากการ์ดดังกล่าวปรากฏขึ้นมาในรูปแบบ Augmented Reality

วิธีการเล่นการ์ดเกม Tekken Card Tournament

htp tekken card tournament8 How to play : การ์ดเกม Tekken Card Tournament

ผู้เล่นจะต้องทำการเปิดบัญชีโดยกรอก E-mail ของตนเองที่ต้องการใช้ หรือเลือกการเชื่อมต่อบัญชีกับบัญชีของ Facebook ก็ได้ จากนั้นผู้เล่นจึงเลือกตัวละครตัวแรกที่ตนเองต้องการจะใช้ เมื่อเลือกเรียบร้อยแล้ว ผู้เล่นจะได้รับเด็คการ์ดเบื้องต้นจำนวน 15 ใบเพื่อนำไปใช้เล่นและทดลองเล่นในโหมดสอนการเล่นต่อไป ซึ่งผู้เล่นสามารถเปลี่ยนชื่อและรูปด้านหน้าของตนเองได้โดยการกด Menu Bar ที่หน้าเลือกโหมดเกมด้านบน และแก้ชื่อเด็คได้โดยการกดปุ่มรูปดินสอที่ปุ่มที่ 3 ด้านล่าง ซึ่งผู้เล่นสามารถสร้างตัวละครและจัดเด็คใหม่เพิ่มเติมได้อีกด้วย

htp tekken card tournament1 How to play : การ์ดเกม Tekken Card Tournament

วิธีการต่อสู้ของการ์ดเกม Tekken Card Tournament จะมีตัวเลือกให้ผู้เล่นเลือก 3 ตัวเลือกภายในเวลาครั้งละ 10 วินาที ได้แก่ Focus เรียกการ์ดของตนเองขึ้นมา 1 ใบจาก 15 ใบที่จัดไว้ในเด็คในรูปแบบสุ่ม Strike เลือกโจมตีโดยใช้การ์ดที่ตนเองสะสมมาทั้งหมดในตานั้น ๆ โดยสะสมได้สูงสุด 5 ใบ ถ้าสะสมเกิน 5 ใบ เกมจะทิ้งการ์ดใบแรกสุดโดยอัตโนมัติ และเมื่อสั่งโจมตีแล้ว การ์ดทั้งหมดจะถูกล้างไปเพื่อเริ่มต้นใหม่ และ Block เลือกป้องกันการโจมตี โดยสามารถป้องกันในกรณีที่อีกฝ่ายโจมตีได้สูงสุดเพียงแค่ 2 ใบแรกของการ์ดที่คู่ต่อสู้สั่งโจมตี

htp tekken card tournament2 How to play : การ์ดเกม Tekken Card Tournament

เมื่อเริ่มเล่น ผู้เล่นจะต้องเริ่มเรียกการ์ด 1 ใบด้วยการ Focus ก่อนเสมอเพื่อให้มีการ์ดใช้งาน จากนั้นผู้เล่นก็สามารถที่จะ Focus Strike หรือ Block ก็ได้ โดยหากผู้เล่น Focus ทั้งคู่ ต่างฝ่ายก็จะเก็บการ์ดเพิ่ม หาก Strike ทั้งคู่ แต่ละฝ่ายจะโจมตีเท่ากับจำนวนที่การ์ดตนเองสะสมไว้ เลือก Block ทั้งคู่จะไม่เ้กิดอะไรขึ้น แต่หากอีกฝ่าย Strike อีกฝ่าย Focus ฝ่าย Focus จะเสียการ์ดสูงสุด 2 ใบที่สะสมไว้และได้รับความเสียหาย และมีการ์ดที่ตัวเองเรียกมาหลังจากที่การ์ดหายไปตามการโจมตีแล้ว โดยผลัดกันสู้จนกว่าผู้เล่นฝ่ายหนึ่งจะมีพลังชีวิตเป็น 0 ผู้เล่นอีกฝ่ายก็จะชนะไป

htp tekken card tournament6 How to play : การ์ดเกม Tekken Card Tournament

ไม่ว่าผู้เล่นจะชนะหรือแพ้ ผู้เล่นจะได้รับทั้งค่าประสบการณ์และเงินในเกม รวมถึงอาจจะได้การ์ดโบนัสต่าง ๆ เช่น Gold Credit หรือการ์ดใบใหม่ เป็นต้น โดยที่ผู้เล่นสามารถตรวจสอบจำนวนตาที่สามารถเล่นได้ผ่านค่า Stamina ด้านบน โดยการเล่น 1 ครั้งจะใช้ 1 Stamina และจะเพิ่มกลับขึ้นมาอัตโนมัติภายในเวลา 30 นาทีต่อ 1 Stamina ยกเว้นได้รับเพิ่มอัตโนมัติจากการต่อสู้ หรือการได้รับของขวัญจากเกมจากเมนูหลักปุ่มที่ 2 ด้านล่าง

htp tekken card tournament4 How to play : การ์ดเกม Tekken Card Tournament

การ์ดภายในเกม Tekken Card Tournament จะมีความหายากและมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป โดยสังเกตได้จากกรอบ โดยสีทองแดงจะเป็นการ์ดหาง่าย สีเงินจะเป็นการ์ด Uncommon และสีทองจะเป็นการ์ด Rare และการ์ดสุดยอดจะเป็นการ์ด Elite โดยจะได้จากการต่อสู้หรือการซื้อซองการ์ดที่ผู้เล่นสามารถเลือกซื้อโดยใช้เงินและเครดิตที่ได้จากการเล่นหรือจะจ่ายเงินจริงเพื่อซื้อเงินและเครดิตภายในเกมก็ได้ โดยที่การ์ดแต่ละซองจะระบุการ์ดที่จะได้ว่าได้การดจำนวนเท่าไหร่และมีแบบใดบ้างตามเงื่อนไขที่ระบุ นอกจากนี้หากมีการ์ดที่ผู้เล่นจัดเด็คแล้วไม่ใช้แล้ว ก็สามารถนำมาขายเป็นเงิน และในทางกลับกับ ผู้เล่นก็สามารถซื้อการ์ดทั้งระดับ Common, Uncommon และ Rare โดยใช้เงินภายในเกมได้เช่นกัน

htp tekken card tournament5 How to play : การ์ดเกม Tekken Card Tournament

การ์ดบางใบในเกมจะมีคุณสมบัติพิเศษตามที่ระบุไว้ในการ์ด โดยจะแบ่งประเภทตามเวลาที่ความสามารถเกิด ซึ่งสามารถสังเกตได้จากไอคอนรูปนาฬิกาทรายด้านมุมซ้ายบน หากเป็นความสามารถที่เกิดก่อนจะเลือกโจมตี นาฬิกาจะมีสีทึบด้านบน ส่วนนาฬิกาสีทึบด้านล่าง จะเกิดเอฟเฟคความสามารถก็ต่อเมื่อผ่านการเลือกโจมตีหรือป้องกันในตานั้น ๆ ไปแล้ว และหากนาฬิกาทึบทั้ง 2 ด้าน ความสามารถจะเกิดขึ้นตลอดเวลาในตานั้น ๆ

htp tekken card tournament7 How to play : การ์ดเกม Tekken Card Tournament

ผู้เล่นจะต้องเก็บความสามารถให้ปลดล๊อคโหมดต่าง ๆ ของเกม เช่น การผสมการ์ดที่ต้องการให้เป็นการ์ดใบใหม่ จะทำได้ก็ต่อเมื่อถึง Level 4 และการลงต่อสู้ในแบบ Championship จะเล่นได้ต่อเมื่อถึง Level  5 เป็นต้น โดยที่ผู้เล่นสามารถแข่งขันทั้งกับเพื่อนและสู้กับผู้เล่นทั่วโลกโดยการเลือกแบบระบุหรือกดสุ่มคู่ต่อสู้โดยกด Quick Fight ซึ่งระบบจะจัดคู่ต่อสู้ที่สูสีกันมาให้แบบอัตโนมัติ

ประวัติและวิธีการเล่นเกมโอเทลโล่ พลิกหมากจากขาวเป็นดำในพริบตา

Othello เป็นบอร์ดเกมคลาสสิคอีกเกมหนึ่งที่มีจุดเด่นในการพลิกหมากจากสีหนึ่งเป็นอีกสีหนึ่งในพริบตา โดยเกม Othello เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยปลายศตวรรษที่ 19 ในชื่อเกมและกฏที่มีความคล้ายคลึงกับในปัจจุบัน 2 เกม ได้แก่ Annex ที่ต้องเล่นบนกระดานรูปกากบาท พัฒนาโดย John W.Mollet ชาวอังกฤษและวางจำหน่ายเมื่อปี ค.ศ. 1876 และเกม Reversi ที่พัฒนาร่วมกันระหว่าง Lewis Waterman และ John W. Mollett ซึ่งเป็นชาวอังกฤษทั้งคู่ในปี ค.ศ. 1882

ในปี ค.ศ. 1971 บริษัทญี่ปุ่นในชื่อ Tsukuda Original ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเกม Othello ซึ่งนำชื่อมาจากนวนิยายของ William Shakespear ในชื่อ Othello, the Moor of Venice ซึ่งมีเนื่อเรื่องเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่าง Moor Othello และ Iago ให้เป็นหมากสีขาวและดำ และใช้พื้นสีเขียวแทนสนามสู้รบ พร้อมคิดกฏกติกาการเล่นแบบที่เรารู้จักในปัจจุบันนี้ โดยได้รับแรงบันดาลใจในการพัฒนาเกมจาก “เกมโกะ” ที่ยังคงแนวคิดที่ผู้เล่นยังคงต้องใช้การวางแผน แต่ปรับปรุงให้ผู้คนทั่วไปสามารถเล่นและเข้าใจได้โดยง่าย

othello board game ประวัติและวิธีการเล่นเกมโอเทลโล่ พลิกหมากจากขาวเป็นดำในพริบตา

ปัจจุบันเกม Othello ถือลิขสิทธิ์โดยบริษัท Anjar และผลิตเกมในหลากหลายรูปแบบและผู้ผลิต เช่น Mattel โดยมีสถิตินับตั้งแต่การจัดจำหน่ายเกมครั้งแรกที่ญี่ปุ่นเมื่อปี ค.ศ. 1973 และสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1975 รวมจำหน่ายแล้วมากกว่า 400 ล้านชุดจากจำนวนมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก และยังมีการจัดแข่งโอเทลโล่อย่างเป็นทางการในหลายประเทศ ซึ่งควบคุมการแข่งขัน จัดลำดับมือวางและคะแนนสะสมโดย World Othello Federation และในประเทศไทยมีการจัดการแข่งขัน จัดลำดับมือวางและคะแนนสะสมโดย Thailand Othello Association

วิธีการเล่นบอร์ดเกมโอเทลโล่ (Othello)

ผู้เล่นจะต้องจัดเตรียมกระดานขนาด 8 X 8 ช่อง พร้อมตัวหมาก 64 ชิ้นที่ด้านหนึ่งเป็นสีขาว และอีกด้านหนึ่งเป็นสีดำ เพื่อให้พลิกหมากสะดวกเมื่อมีการวางหมากใหม่และเปลี่ยนแปลงสี จากนั้นผู้เล่นจึงเริ่มต้นเลือกสีที่ตนเองจะเล่น จากนั้นก่อนเล่น ให้ผู้เล่นวางหมาก ขาว – ดำ ตรงกลางแถวที่ 4 ช่องที่ 4 และ 5 และวางหมาก ดำ – ขาว ตรงกลางแถวที่ 5 ช่องที่ 4 และ 5 ซึ่งจะต้องวางในตำแหน่งดังกล่าวทุกครั้งก่อนเล่นเสมอ

Othello start position ประวัติและวิธีการเล่นเกมโอเทลโล่ พลิกหมากจากขาวเป็นดำในพริบตา

ตำแหน่งเริ่มต้นการเล่นเกมโอเทลโล่

เริ่มต้นการเล่น ผู้เล่นที่เล่นก่อนจะต้องวางหมากในตำแหน่งที่ว่างให้ติดกับหมากในแนวที่ตนเองต้องการเปลี่ยนสีจากสีหนึ่งเป็นอีกสีหนึ่ง โดยที่แถวนั้น ๆ จะต้องมีหมากปลายแถวเป็นสีเดียวกับสีของตน เมื่อวางเรียบร้อยแล้วให้พิจารณาหมากทั้งแนวเฉียงและแนวตรงหลังจากที่วางลงไป หากมีหมากตัวในที่อยู่ในแนวนั้น ๆ ให้พลิกไปเป็นสีของหมากที่ผู้เล่นวางหมากลงไป โดยจะเปลี่ยนให้เฉพาะหมากที่อยู่ในแนวเท่านั้น ไม่นับหมากที่อยู่นอกเหนือแนว

othello magnetic board ประวัติและวิธีการเล่นเกมโอเทลโล่ พลิกหมากจากขาวเป็นดำในพริบตา

โอเทลโล่บนหมากและกระดานแม่เหล็ก

เมื่อผู้เล่นวางหมากเรียบร้อยแล้ว ให้ผู้เล่นอีกสีหนึ่งผลัดกันเล่นในลักษณะเดียวกัน เมื่อเล่นจนวางหมากเต็มกระดาน ให้นับจำนวนตัวหมากของแต่ละสี ผู้ใดที่มีหมากของสีตนเองมากกว่าจะเป็นผู้ชนะัไป

othello full board ประวัติและวิธีการเล่นเกมโอเทลโล่ พลิกหมากจากขาวเป็นดำในพริบตา

Printed OLED เมื่อแผ่นพลาสติกสามารถเปล่งแสงได้ด้วยการพิมพ์

OLED เป็นคำย่อมาจาก Organic Light Emitting Diode ซึ่งเป็นสารอินทรีย์ที่ทำจาก polymer และโมเลกุลขนาดจิ๋วในรูปแบบฟิล์มที่สามารถเปล่งแสงได้เมื่อมีพลังงานไฟฟ้าจ่ายเข้าไป และหนึ่งในรูปแบบที่มีการจัดทำในปัจจุบันคือการพิมพ์สารให้เป็นชั้นเพื่อให้ถ่ายเทพลังงานไฟฟ้าให้เปล่งแสงได้ หรือที่มีบางคนเรียกว่า Polymer Light Emitting Diode (PLED) ซึ่งมีข้อดีคือการใช้พลังงานที่ต่ำและสามารถยืดหยุ่นโค้งงอ สามารถเปล่งแสงได้ทุกสีตามที่กำหนด และหากนำมาประยุกต์ใช้กับแบตเตอรี่ที่สามารถพิมพ์และโค้งงอได้แบบกระดาษโดยใช้สาร Zinc Manganese Di-Oxide (ZnMnO2) ได้ ก็จะทำให้วัสดุที่พิมพ์ OLED เช่นแผ่นพลาสติกหรือแก้วสามารถเปล่งแสงได้ด้วยพลังงานจากแบตเตอรี่ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาเครื่องพิมพ์สาร OLED ในรูปแบบเครื่องพิมพ์ inkjet ขนาดเล็กที่สามารถพิมพ์ด้วยความละเอียดระดับ 1 พิโคลิตร ความกว้าง 128 จุดต่อแถวได้โดย Konica Minolta แล้ว

oled display Printed OLED เมื่อแผ่นพลาสติกสามารถเปล่งแสงได้ด้วยการพิมพ์ oled plastic roll Printed OLED เมื่อแผ่นพลาสติกสามารถเปล่งแสงได้ด้วยการพิมพ์

ด้วยเทคโนโลยีดังกล่าว ในอนาคตบุคคลทั่วไปจะสามารถสัมผัสกับ OLED ได้แบบใกล้ตัวมากยิ่งขึ้น เช่น จอโทรทัศน์ที่เกิดจากการพิมพ์ OLED ลงบนแผ่นพลาสติก จอแสดงผลในรูปแบบต่าง ๆ เช่น นาฬิกาที่โค้งราบไปกับข้อมือ โทรศัพท์ที่ไม่่ได้เป็นจอแบบแข็งตรง เช่น Samsung Youm สื่อโฆษณาที่สามารถติดแบบโค้งงอไปตามพื้นผิว เช่น ท่อ และบนวัสดุอื่น ๆ ตามความคิดสร้างสรรค์ของผู้พัฒนาสินค้าและการออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์เพื่อควบคุมการแสดงผลได้

samsung youm display Printed OLED เมื่อแผ่นพลาสติกสามารถเปล่งแสงได้ด้วยการพิมพ์

Five Field Kono บอร์ดเกมเกาหลีดั้งเดิม ย้ายหมากจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง

Five Field Kono เป็นบอร์ดเกมดั้งเดิมของเกาหลีที่มีพื้นฐานมาจากหมากฮอสจีน โดยมีจุดมุ่งหมายในการเคลื่อนหมากของตนเองที่มีอยู่ทั้งหมด 7 หมากของแต่ละฝ่ายไปแทนที่ฝ่ายตรงข้ามทุกตำแหน่งให้ได้ โดยเคลื่อนหมากในแนวทแยงไปยังจุดตัดที่ว่างอยู่ทีละช่อง ตาละ 1 ตัว ตามตัวอย่างกระดานขนาด 5 X 5 ช่องด้านล่าง ผู้ใดที่สามารถเคลื่อนหมากของตนเองไปแทนได้ทุกตำแหน่งก่อนจะเป็นผู้ชนะ

five field kono board game Five Field Kono บอร์ดเกมเกาหลีดั้งเดิม ย้ายหมากจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง

ฟัง เรียนรู้ แปลภาษาเฟอร์บี้เป็นภาษาไทยให้เข้าใจและเลี้ยงแบบตรงใจ

Furby ตุ๊กตาอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะจาก Hasbro นั้นมีภาษาเป็นของตัวเองในชื่อภาษาเฟอร์บิช (Furbish) ซึ่งแม้ว่าปัจจุบันผู้เล่นจะสามารถแปลภาษาโดยใช้อุปกรณ์ในระบบปฏิบัติการ iOS ทั้ง iPhone และ iPad ในการแปลภาษาให้เป็นภาษาอังกฤษได้ และเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้จากผู้เล่น แต่ถ้าหากผู้เล่นสามารถฟังและเข้าใจภาษาที่เฟอร์บี้พูดหรือแสดงความต้องการได้ ก็จะสามารถปฏิบัติและเลี้ยงดูเฟอร์บี้ได้ถูกต้องและตรงความต้องการ รวมถึงการฟังเฟอร์บี้พูดคุยกันเองในภาษาเฟอร์บิชอีกด้วย

furby2012 2 ฟัง เรียนรู้ แปลภาษาเฟอร์บี้เป็นภาษาไทยให้เข้าใจและเลี้ยงแบบตรงใจ

ความหมายของภาษาเฟอร์บี้ (Furbish) เมื่อแปลเป็นภาษาไทย

  • wee-tah-kah-loo-loo = เล่าเรื่องตลกให้ฟังหน่อยสิ
  • wee-tah-kah-wee-loo = เล่าเรื่องให้ฟังหน่อยสิ
  • wee-tee-kah-wah-tee = ร้องเพลงให้ฟังหน่อยสิ
  • u-nye-loo-lay-doo? = มาเล่นกันมั้ย
  • u-nye-ay-tay-doo? = หิวหรือเปล่า
  • u-nye-boh-doo? = เป็นอย่างไรบ้าง
  • u-nye-way-loh-nee-way = จะหลับแล้วน
  • u-nye-noh-lah == มาเต้นกัน
  • Ah = จับ ถือ
  • ah-mah = มี
  • ah-may = สัตว์เลี้ยง
  • ah-noo = ช่วยด้วย
  • ah-tah = ป้อน / อาหาร
  • ay = แสงสว่าง
  • ay-ay = ดู
  • ay-ay-lee-koo = ฟัง
  • ay-koo = เพชร
  • ay-loh = แสง
  • ay-loh-may-lah = เมฆ
  • ay-tay = หิว / กิน
  • ay-way = เวียนหัว
  • bah-boo = เสียงรบกวน
  • bay-bee = ทารก
  • boh = เป็น
  • boh = เพื่อเป็น
  • boh-bay = กังวล
  • boh-dah = มีชีวิตชีวา
  • boo = ไม่ / แย่ / หยุด / แง่ลบ
  • boo-dah = เลว
  • boo-koo = ร๊อค
  • boo-noo-loo = เศร้า
  • boo-tay = เปลี่ยน
  • bye-bye = ลาก่อน / ไป / ไล่ออกไป
  • bye-way = เส้นทาง
  • dah = ใหญ่
  • dah-ay-loh = พระอาทิตย์
  • dah-ay-loh-nah-bah = ราตรีสวัสดิ์
  • dah-ay-loh-oo-tye = อรุณสวัสดิ์
  • dah-boh-bay = กลัว
  • dah-boo: ปฏิเสธ / ปฏิเสธแบบรุนแรง / ไม่มีทาง
  • dah-ee-tah = ตอบรับแบบหนักแน่น
  • dah-kah-oo-nye = ขอบคุณ
  • dah-noh-lah = ปาร์ตี้ / เวลาปาร์ตี้
  • dah-way = ฉลาด
  • dee = เล็ก
  • dee = ขนาดเล็ก
  • dee-doh: dude
  • doh = ดังนั้น
  • doh-kah = ขอบคุณ
  • doo = ทำไม / ซักถาม
  • doo-ay = สนุก
  • doo-ay-loo-lah = เกม
  • doo-dah = ทำ
  • doo-loo = สนุก
  • doo-moh = ขอร้อง
  • doo-oo-tye? = เป็นยังไงบ้าง
  • doo? = หืม / หือ / ทำไม / เมื่อไหร่ / ที่ไหน / อืม
  • Ee = ตอบรับ
  • ee-day = ดี
  • ee-kah = สวย
  • ee-kah-lee-koo = เพลง
  • ee-tay = ใช่
  • ee-wah = ทะเล
  • kah = ผม / ฉัน
  • kah-tay = หน้า
  • koh = และ / มาก
  • koh-koh = อีกครั้ง / อื่น ๆ / เพิ่ม
  • koo = ร๊อค
  • koo-dah = ภูเขา
  • koo-doh = สุขภาพ / สุขภาพดี
  • koo-wah = เกาะ
  • lay-lah = บ้าน
  • lee-koo = เสียง
  • loo = เล่น, มุขตลก, อารมณ์ขัน
  • loo-lay = เล่น
  • loo-loo = มุขตลก
  • may-lah = กอด
  • may-may = รัก
  • may-tah = จูบ
  • mee-mee = มาก ๆ
  • moh-moh = สัตว์ประหลาด
  • moo-lah = เงิน
  • nah-bah = ลง
  • nee-may = sweet!
  • nee-tye = จักจี้
  • nee-way = ตอนนี้
  • noh-lah = เต้น
  • noo-lah = เพื่อน / คู่หู
  • noo-loo = มีความสุข
  • noo-noo = คุย
  • oh = โอ้
  • oh-kah-tee = โอ้ คุณพระ
  • oh-kay = ตกลง
  • oh-too-mah = ถาม
  • oo = ข้างบน / เหนือ
  • oo-bah = ข้างบน
  • oo-boh = ยืน
  • oo-kah = ลุง
  • oo-loo = เต็ม
  • oo-nye = คุณ
  • oo-nye-doo? = คุณอยู่ที่ไหน
  • oo-tah = สูง
  • oo-tah-toh-toh = ในที่สุด
  • oo-tye = ข้างบน
  • tay = เปรียบเทียบ / เหมือน / คล้าย
  • tay-boo-koo = คิด
  • tee: ชีวิต / ธรรมชาติ / ข้าวของเครื่องใช้
  • tee-loh = ซุง
  • tee-tah = ต้นไม้
  • tee-wee-lah = ระยิบระยับ
  • toh = สำเร็จ
  • toh-dye = ทำแล้ว
  • toh-loo = ชอบ
  • toh-toh = เวลา
  • uh-oh = โอ๊ะโอ
  • wah = น้ำ / ฝน
  • wah-tah = น้ำ
  • wah-tee = เพลง
  • wah-wee-tee = ฝน
  • wah! = เย้
  • way-lah = ฉลาด
  • way-loh = หลับ
  • way-loo = ฝัน
  • way-nah = ประหลาดใจ
  • wee-loo = เรื่องราว
  • wee-tah = บอก
  • wee-tee = ร้องเพลง
  • woo-bye = ซ่อน
  • yay = เย้
  • yoo? = ทำไมไม่เล่นกับเราวันนี้ล่ะ (เกิดขึ้นในกรณีที่เฟอร์บี้อารมณ์ไม่ดี)

ประวัติตุ๊กตาเฟอร์บี้ สัมผัส เล่น เรียนรู้ และส่งเสียงหาเจ้าของออกมาเป็นภาษา

Furby เป็นตุ๊กตาที่มีที่มาจากการเริ่มต้นผลิตครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1998 โดย Tiger Electronics บริษัทในเครือ Hasbro และประดิษฐ์โดย Dave Hampton ซึ่งมีความพิเศษที่ผู้เล่นสามารถเล่น ลูบตัว ตอบสนองผู้เล่น และเรียนรู้ภาษาต่าง ๆ ที่ผู้เล่นพยายามพูดคุยสื่อสารด้วย รวมถึงการมีภาษาของตนเอง ทำให้ตุ๊กตาเฟอร์บี้ได้รับความนิยมในช่วงปี ค.ศ. 1998 – 2000 และสามารถจำหน่ายไปได้มากกว่า 40 ล้านตัว และระบบรองรับการพูดถึง 24 ภาษา ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่การที่เฟอร์บี้แต่ละตัวจะสามารถพูดคุยกันเองได้ผ่านคลื่นอินฟราเรดที่อยู่บนหน้าผาก และจะค่อย ๆ มีการพัฒนาการพูดเป็นภาษาอังกฤษได้ด้วยตนเอง นอกเหนือจากการพูดภาษาเฟอร์บี้แต่เพียงอย่างเดียวจากการพูดคุยกับเจ้าของ จนได้รับรางวัล 1 ใน 100 ของเล่นที่เยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์จากนิตยสาร Times และเคยมีการจัดทำ Furby เป็นของเล่นที่แถมกับ Happy Meal ของ McDonalds มาแล้วเมื่อปี ค.ศ. 2001

furby1998 ประวัติตุ๊กตาเฟอร์บี้ สัมผัส เล่น เรียนรู้ และส่งเสียงหาเจ้าของออกมาเป็นภาษา

ในปี ค.ศ. 2005 Hasbro ได้จัดทำตุ๊กตา Furby ที่เพิ่มความสามารถเกี่ยวกับการจดจำเสียง เพิ่มความละเอียดการแสดงออกทางสีหน้า และได้จัดทำจนถึงปี ค.ศ. 2007 จึงหยุดไป และกลับมาอีกครั้งในเดือนกันยายน ค.ศ. 2012 ที่มีการปรับปรุงสิ่งต่าง ๆ มากมาย เช่นการเปลี่ยนตาจากพลาสติกเป็นจอ LED ลูกเล่นผ่านสมาร์ทโฟน เช่น การป้อนอาหาร การเปลี่ยนภาษาเฟอร์บี้เป็นภาษาอังกฤษ การเต้นด้วยกัน ไม่มีปุ่มปิด – เปิด แต่เปลี่ยนเป็นปุ่ม Reset และจะหยุดเมื่อไม่เล่นเป็นเวลา 1 นาที จนทำให้ตุ๊กตาเฟอร์บี้ได้รับความนิยมขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง โดยมีราคาจำหน่ายครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1998 ที่ 35 ดอลล่าร์สหรัฐ และรุ่นปัจจุบันในราคา 60 ดอลล่าร์สหรัฐต่อตัว

คลิก : อ่านคำแปลของภาษาเฟอร์บี้ (Furbish) เป็นภาษาไทย

furby2012 hasbro ประวัติตุ๊กตาเฟอร์บี้ สัมผัส เล่น เรียนรู้ และส่งเสียงหาเจ้าของออกมาเป็นภาษา

มิคะโดะ เกมดึงแท่งไม้เล็กเรียวเก็บแต้มที่ห้ามให้แท่งอื่นเคลื่อนไหว

มิคะโดะ (Mikado) เป็นเกมวางแผนการดึงแท่งไม้ที่กระจายอยู่เป็นกองออกมาทีละแท่ง โดยที่แต่ละแท่งจะมีแต้มไม่เท่ากัน ใครที่สะสมแต้มได้มากที่สุดจะเป็นผู้ชนะ เกมนี้มีที่มาจากยุโรปก่อนที่จะขยายไปยังประเทศอื่น ๆ โดยชื่อเกมเป็นชื่อของแท่งไม้ที่มีแต้มมากที่สุดในเกมนั่นเอง ซึ่งมีการจัดทำแท่งไม้ออกมาในรูปแบบ ทั้งวัสดุ ความยาว และความหนาของแท่งไม้ที่แตกต่างกันไป

mikado wooden stick set มิคะโดะ เกมดึงแท่งไม้เล็กเรียวเก็บแต้มที่ห้ามให้แท่งอื่นเคลื่อนไหว

วิธีเล่นและกติกาการเล่นเกม Mikado

ผู้เล่นจะต้องจัดเตรียมแท่งไม้จำนวน 41 แท่ง ซึ่งปัจจุบันอาจเป็นแท่งไม้หรือแท่งพลาสติกก็ได้ โดยแท่งไม้ขนาดปกติจะมีความยาว 17 เซนติเมตร และแต้มทั้งหมดต้องรวมกันได้ 170 แต้ม โดยมีความแตกต่างของคะแนน จำนวน และลักษณะการแต้มสีเพื่อแยกความแตกต่างของแท่งดังต่อไปนี้

  • Mikado (สีฟ้า) มูลค่า 20 แต้ม จำนวน 1 แท่ง
  • Mandarin (สีเหลือง / ดำ โดยมีแถบขนาน 2 แถบที่ตอนท้าย) มูลค่า 10 แต้ม จำนวน 5 แท่ง
  • Bonzen (สีส้ม 5 แถบ) มูลค่า 5 แต้ม จำนวน 5 แท่ง
  • Samurai (สีเขียว 3 แถบ) มูลค่า 3 แต้ม จำนวน 15 แท่ง
  • Kuli (สีแดง 2 แถบ) มูลค่า 2 แต้ม จำนวน 15 แท่ง

เริ่มต้น ผู้เล่นจะต้องกำแท่งไม้มาไว้รวมกัน จากนั้นจึงปล่อยให้ตกลงพื้นที่จะทำการเล่นอย่างอิสระ จากนั้นจึงให้ผู้ที่จะเริ่มเล่นได้เล่นก่อนโดยเริ่มต้นหยิบแท่งไม้แต่ละแท่งตามที่ต้องการทีละแท่ง โดยห้ามให้แท่งไม้ใด ๆ เกิดการสัมผัสหรือเคลื่อนไหว แต่อาจจะค่อย ๆ ดันออกมาจากแท่งไม้ที่ซ้อนกันอยู่ได้ ยกเว้นหากได้ไม้ประเภท Mikado หรือ Mandarin มาแล้วจะสามารถนำมาเป็นตัวช่วยในการดันไม้ที่ตนเองต้องการออกมาได้

เมื่อผู้เล่นสัมผัสหรือเคลื่อนไหวแท่งไม้่อื่น ๆ ที่ไม่ต้องการ จะต้องเปลี่ยนให้ผู้เล่นคนถัดไปเล่นต่อด้วยการรวบแท่งไม้ที่เหลือและปล่อยลงพื้นให้ไม้กระจายใหม่ เมื่อเล่นจนหยิบไม้สุดท้ายครบแล้ว ผู้ใดที่ได้คะแนนมากที่สุดจะเป็นผู้ชนะในรอบนั้นไป

ต้นกำเนิดไพ่ทาโร่ต์ จากการ์ดเกมสู่การทำนายดวงที่รู้จักกันทั่วโลก

ไพ่ทาโร่ต์ (Tarot Card) มีประวัติความเ้ป็นมายาวนานหลายร้อยปี โดยเชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดจากประเทศอิตาลีตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 14 จากหลักฐานที่ปรากฏในจดหมายการร้องขอเด็คการ์ดของดยุคแห่งมิลานเพื่อใช้เล่นในโอกาสพิเศษในปี ค.ศ. 1440 ซึ่งมีการ์ดต่าง ๆ ได้แก่ การ์ดที่มีตัวเลข 1 – 10 และมี King, Queen, Knight และ Page จำนวน 4 ชุดและการ์ดสัญลักษณ์รูปแบบต่าง ๆ อีก 22 แบบที่ไม่ได้ขึ้นกับชุดใด ๆ โดยเรียกเกมนี้ว่า “Triumph” ซึ่งมีลักษณะและวิธีการเล่นคล้ายไพ่บริดจ์ และเป็นที่แพร่หลายไปทั่วทวีปยุโรปในช่วง ค.ศ. 1530 โดยเรียกในภาษาอิตาเลียนว่า Tarocchi และเรียกในภาษาฝรั่งเศสว่า Tarot

ในปี ค.ศ. 1791 ผู้คนในฝรั่งเศสและอังกฤษเริ่มค้นพบความลึกลับที่ซ่อนอยู่ในไพ่ทาโร่ห์จากการสังเกตภาพสัญลักษณ์ที่ปรากฏอยู่ว่ามีความหมายลึกซึ้งว่าไพ่ปกติที่ใช้ในขณะนั้น ไพ่ทาโร่ห์จึงเริ่มถูกนำมาใช้ในเป็นเครื่องมือในการทำนายโชคชะตา และเริ่มมีการเขียนคำทำนายนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

tarot ace card ต้นกำเนิดไพ่ทาโร่ต์ จากการ์ดเกมสู่การทำนายดวงที่รู้จักกันทั่วโลก

ไพ่ทาโร่ต์ในปัจจุบันมีทั้งหมด 78 ใบต่อชุด แบ่งเป็นการ์ดทำนายหลัก 22 ใบ (Major Arcana) ที่ไม่เกี่ยวข้องกับไพ่ชุด โดยมีเลขระบุตั้งแต่ 0 – 21 โดยมักจะใช้ในการทำนายเรื่องใหญ่ ๆ หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ในช่วงกว้าง ๆ ของชีวิต และการ์ดทำนายย่อยอีก 56 ใบ (Minor Arcana) แบ่งเป็น 4 ชุด ได้แก่ Wand (คฑา) Sword (ดาบ) Cup (ถ้วย) และ Pentacles / Circle (โล่ห์) ชุดละ 14 ใบ ได้แก่เลข 1 – 10 King, Queen, Knight, Page ใช้ทำนายเรื่องราวปลีกย่อยลงไป และโชคชะตาประจำวัน

Rider Waite Smith major arcana tarot deck ต้นกำเนิดไพ่ทาโร่ต์ จากการ์ดเกมสู่การทำนายดวงที่รู้จักกันทั่วโลก

ไพ่ทาโร่ต์ Major Arcana จากชุดของ Rider Waite Smith

ผู้ผลิตไพ่ทาโร่ต์ทั่วโลกได้ออกแบบหน้าไพ่ไว้ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพธรรมชาติ ภาพสัตว์ ภาพแฟนตาซี ภาพเทพเจ้าต่าง ๆ ซึ่งไม่มีความแตกต่างในแง่ของการใช้เพื่อการทำนาย แต่ภาพของชุดไพ่ทาโร่ต์ที่คนทั่วโลกคุ้นเคยกับหน้าตามากที่สุดคือชุดที่ออกแบบโดย A.E. Waite ซึ่งเป็นนักทำนายโชคชะตาที่มีชื่อเสียง ในชื่อผลิตภัณฑ์ Rider-Waite Smith Deck เริ่มวางจำหน่ายครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี ค.ศ. 1909

ifate tarot ipad app ต้นกำเนิดไพ่ทาโร่ต์ จากการ์ดเกมสู่การทำนายดวงที่รู้จักกันทั่วโลก

ปัจจุบันการทำนายด้วยไพ่ทาโร่ต์ยังคงได้รับความนิยมอยู่อย่างต่อเนื่องเพื่อการทำนายอนาคตในเรื่องต่าง ๆ ทั้งชีวิต การงาน การเรียน และความรัก ทั้งในรูปแบบไพ่กระดาษตามปรกติ และแบบอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่ตู้ทำนายไพ่ ผ่านหน้าเว็บไซต์ทำนายดวง จนไปถึง Application บนสมาร์ทโฟน ซึ่งนิยมทั้งการดูดวงในแบบรายวันเป็นใบ ๆ และรายเดือนในรูปแบบ Celtic Cross จำนวน 10 ใบตามลำดับความหมายในการทำนาย นอกจากนี้ยังมีคนไทยที่ผลิตไพ่ทาโร่ต์แบบกระดาษที่มีลวดลายหน้าไพ่เป็นเอกลักษณ์และลายเส้นแบบไทยวางจำหน่ายในท้องตลาดอีกด้วย

thai tarot card ต้นกำเนิดไพ่ทาโร่ต์ จากการ์ดเกมสู่การทำนายดวงที่รู้จักกันทั่วโลก

ไพ่จาตุมหาราชทาโร่ต์ทองคำแท้ 99.95% โดย อ.วิโรจน์ ตั้งฑัตสวัสดิ์ ผลิตเพียง 9 ชุด ราคาชุดละ 199,999 บาท

Nine Men’s Morris บอร์ดเกมเรียงแถวจับตัวหมาก สืบทอดตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ

Nine Men’s Morris เป็นบอร์ดเกมเกมหนึ่งที่เก่าแก่มากที่สุดในโลก โดยเริ่มมีหลักฐานการเล่นตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณตั้งแต่สมัย 1,400 ปีก่อนคริสต์กาล และมีการถ่ายทอดวิธีการเล่นต่อเนื่องไปทั่วโลก ตั้งแต่สมัยจักรวรรดิ์โรมัน อังกฤษยุคกลาง รวมถึงการเป็นเกมที่เล่นในสมัยช่วงสงครามกลางเมือง (Civil War) ของสหรัฐอเมริกาอีกด้วย เกมนี้มีชื่อเรียกอื่น ๆ เช่น Morris, Mill, Morelles, Cowboys Checkers เป็นต้น และมีการดัดแปลงเกมในรูปแบบและกระดานแบบอื่น ๆ เช่น Three Men’s Morris, Six Men’s Morris และที่นิยมอีกอย่างหนึ่งคือ Twelve Men’s Morris หรือเรียกว่า Morabaraba ที่มีการเพิ่มหรือลดตัวหมากและจุดวางของแต่ละฝ่ายตามจำนวนตัวเลขด้านหน้าชื่อเกม

วิธีการเล่นบอร์ดเกม Nine Men’s Morris

nine mens morris board game Nine Mens Morris บอร์ดเกมเรียงแถวจับตัวหมาก สืบทอดตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ

ผู้เล่นจะต้องจัดเตรียมกระดานที่มีจุดหรือมีช่องว่างให้เสียบหมากตามตำแหน่ง 24 จุด เรียงเป็นแถวตามภาพ ผู้เล่นแต่ละฝ่ายจะมีหมากของตนเอง 9 ชิ้น และแต่ละฝ่ายจะใช้หมากที่มีสีแตกต่างกัน เมื่อเลือกผู้เล่นที่จะเริ่มก่อนได้แล้ว ให้ผลัดกันวางหมากบนกระดาน เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดสามารถวางหมากเรียงแถวได้ในแนวใดก็ตามครบ 3 ตัว ผู้เล่นจะครบ “Mill” และสามารถเอาหมากตัวใดตัวหนึ่งที่อยู่บนกระดานของฝ่ายตรงข้ามออกจากเกมได้

nine mens morris board game2 Nine Mens Morris บอร์ดเกมเรียงแถวจับตัวหมาก สืบทอดตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ

เมื่อหมากทุกตัววางอยู่บนกระดานเรียบร้อยแล้ว ผู้เล่นจะได้รับอนุญาตให้เคลื่อนหมากไปยังพื้นที่ที่ติดกันเพื่อให้เกิดรูปแบบ Mill ให้ได้ โดยที่ห้ามจับหมากข้ามตัวอื่น และเมื่อฝ่ายตรงข้ามเหลือหมาก 3 ตัว ผู้เล่นอาจจะอนุญาตให้ฝ่ายตรงข้ามสามารถเคลื่อนที่ตัวหมากได้อย่างอิสระในตำแหน่งใดก็ได้ ผู้ใดที่มีตัวหมากของตนเองเหลือเพียง 2 ตัว หรือไม่สามารถเคลื่อนไหวหมากของตนเองตามกฏได้จะแพ้ไป

twelve mens morris board game Nine Mens Morris บอร์ดเกมเรียงแถวจับตัวหมาก สืบทอดตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ

เกมลักษณะเดียวกันที่นิยมอีกรูปแบบหนึ่งคือ Twelve Men’s Morris ซึ่งมีรูปแบบการเล่นคล้ายกัน แต่ผู้เล่นแต่ละฝ่ายจะมีหมากของตนเอง 12 ตัว และจะมีแถวแนวทแยงเพิ่มขึ้นมาบนกระดานให้เรียงแถวได้อีกแนวหนึ่ง โดยบอร์ดเกมนี้ปรากฏในเกม Assassin’s Creed III ให้เล่นทั้งรูปแบบ Six Men’s Morris และ Twelve Men’s Morris ด้วย

assassins creed 3 morris game Nine Mens Morris บอร์ดเกมเรียงแถวจับตัวหมาก สืบทอดตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ

ประวัติ Upper Deck บริษัทผู้ปฏิวัติรูปแบบการ์ดสะสมตั้งแต่ยุค 90

Upper Deck เป็นบริษัทที่เริ่มดำเนินกิจการธุรกิจการ์ดสะสมตั้งแต่ปี ค.ศ. 1989 โดยมีสำนักงานใหญ่ที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้เริ่มการนำเทคโนโลยีทางการพิมพ์มาใส่ในการ์ดต่าง ๆ ทุกใบ ทั้งการ์ดบาสเกตบอล NBA การ์ดเบสบอล MLB การ์ดอเมริกันฟุตบอล NFL เช่น สติ๊กเกอร์กันปลอม (Hologram Sticker) การทำซองการ์ดด้วยพลาสติกฟอยล์ การพัฒนาคุณภาพของภาพถ่ายบนการ์ด ฯลฯ ดังต่อไปนี้

2011 Upper Deck World of Sports Derrick Rose Autograph Jersey Card ประวัติ Upper Deck บริษัทผู้ปฏิวัติรูปแบบการ์ดสะสมตั้งแต่ยุค 90

  • ค.ศ. 1990 – เริ่มจัดทำการ์ดลายเซ็นของนักกีฬาเบสบอลใส่ในซองแบบสุ่ม
  • ค.ศ. 1990 – เริ่มใส่สติ๊กเกอร์กันปลอมในการ์ดทุกใบ
  • ค.ศ. 1992 – เริ่มกระบวนการ Upper Deck Authenticated (UDA) 5 ขั้นตอนเพื่อยืนยันว่าเป็นการ์ดจริง ตั้งแต่การมีตัวแทนขณะที่เซ็นการ์ดอยู่ร่วมกัน การบันทึกขั้นตอนการเซ็น การติดสติ๊กเกอร์โฮโลแกรมพร้อมรหัส การออกใบรับรอง และบัตรทะเบียนเพื่อยืนยันอีกครั้งว่าเป็นของจริง
  • ค.ศ. 1997 – เริ่มใส่ชิ้นส่วนเสื้อที่ใช้ในการแข่งขันจริง เริ่มจากการ์ดสะสมบาสเกตบอล Upper Deck Basketball 1997 ตามด้วยการ์ดสะสมเบสบอล
  • ค.ศ. 1998 – เริ่มใส่ชิ้นส่วนของไม้ตีเบสบอลลงในการ์ด ซึ่งเป็นการใส่ชิ้นส่วนนอกเหนือจากเสื้อผ้าลงในการ์ดเป็นครั้งแรก
  • ค.ศ. 1999 – จัดทำซีดีขนาดเท่าการ์ดสะสมลงในซองการ์ด

Upper Deck เข้าซื้อกิจการของ Fleer-Skybox บริษัทผู้ผลิตการ์ดสะสมเมื่อปี ค.ศ. 2005 และพยายามจะซื้อกิจการของ Topps เมื่อปี ค.ศ. 2007 แต่ไม่สำเร็จ และมีการส่งเสริมการขายต่าง ๆ เช่น โครงการ Upper Deck Diamond Club สำหรับผู้ที่ซื้อการ์ดในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และญี่ปุ่นเป็นจำนวนมากที่สุด โดยรับสมาชิกไม่เกิน 125 คนในแต่ละปีตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 ซึ่งจะได้รับการ์ดพิเศษและสิทธิพิเศษต่าง ๆ สำหรับสมาชิก และการจัดทำการ์ดสะสมฮอกกี้เป็นภาษาฟินแลนด์และสวีเดนเมื่อปี ค.ศ. 2009

Jordan bgs10 ประวัติ Upper Deck บริษัทผู้ปฏิวัติรูปแบบการ์ดสะสมตั้งแต่ยุค 90

Upper Deck แต่งตั้งโฆษกซึ่งเป็นนักบาสเกตบอลระดับตำนาน Michael Jordan จากทีม Chicago Bulls ให้เป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัท ซึ่งเคยจัดทำการ์ดเพื่อยกย่องจำนวน 1,170 แบบช่วงปี ค.ศ. 2009 ใน 4 ชุด ตามจำนวนที่เขาลงเล่นให้กับทีม

yugioh upper deck ประวัติ Upper Deck บริษัทผู้ปฏิวัติรูปแบบการ์ดสะสมตั้งแต่ยุค 90

Upper Deck เคยมีกรณีการฟ้องร้องถึงการตรวจพบการจัดทำการ์ด Yu-Gi-Oh ปลอม หลังจากได้รับสิทธิการจัดจำหน่ายการ์ดภาษาอังกฤษเมื่อปี ค.ศ. 2002 และโดนถอนสิทธิ์ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2008 และมีกรณีของการล้มละลายของบริษัทลูก Upper Deck International เมื่อปี ค.ศ. 2012

Page 1 of 1112345»10...Last »

Register Account / ลงทะเบียน

Log In

The CardZ Social

Browse by Trading Card

Recent Comments