ประเพณีการแลกเข็มกลัด วัฒนธรรมที่อยู่คู่โอลิมปิกเกมส์นับร้อยปี



ปัจจุบันมหกรรมกีฬาระดับชาติและนานาชาติจะมีการจัดทำเข็มกลัดที่ระลึกเนื่องในวาระต่าง ๆ อาทิเช่น การนับถอยหลังเข้าสู่วันเปิดการแข่งขัน เข็มกลัดสัญลักษณ์ มาสคอตประจำการแข่งขัน หรือเข็มกลัดสัญรูป (Pictogram) ของกีฬาชนิดต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งการจำหน่ายและการแลกกันในหมู่นักสะสมที่ใหญ่ที่สุดหนีไม่พ้นมหกรรมกีฬาที่ใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติ ก็คือกีฬาโอลิมปิกนั่นเอง

โดยมากแล้วนักสะสมจะสามารถซื้อเข็มกลัดได้จากร้านขายของที่ระลึกประจำการแข่งขันนั้น ๆ ซึ่งอาจมีการจัดทำจำนวนจำกัดในบางรุ่นเช่นเดียวกับของสะสมประเภทอื่น ๆ และจะมีผู้ที่พกเข็มกลัดจากมหกรรมกีฬาต่าง ๆ ที่สะสมรวบรวมมาได้เพื่อให้ได้ตัดสินใจและทำการขอแลกเข็มกลัดซึ่งกันและกัน โดยอาจมีการต่อรองขอแลก 1 ชิ้นต่อ 1 ชิ้น 2 ชิ้น 3 ชิ้น หรือตามความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย จนกลายเป็นวัฒนธรรมที่เราจะสามารถพบกลุ่มคนเหล่านี้ได้บริเวณหน้าสนามแข่งขันใหญ่ ๆ ในวันที่มีการแข่งขันอยู่

สำหรับกีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่นั้นมีหลักฐานในการจัดทำเข็มกลัดตั้งแต่การแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1896 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ โดยเป็นกระดาษแข็งใส่สีสันที่ใช้ระบุตัวตนเพื่อแบ่งแยกระหว่างนักกีฬา เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชน และเริ่มต้นการแลกเพื่อเป็นของที่ระลึกซึ่งกันและกัน จากนั้นในปี ค.ศ. 1908 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส จึงเริ่มมีการจัดทำเข็มกลัดอย่างเป็นทางการสำหรับคณะกรรมการโอลิมปิกสากลและสื่อที่ประดับด้วยอัญมณี ลายหอยพัดหลากสีสัน

ในปี ค.ศ. 1912 ที่กรุงสตอล์กโฮมส์ ประเทศสวีเดน มีการเปิดร้านจำหน่ายของที่ระลึกอย่างเป็นทางการครั้งแรก และมีการจำหน่ายเข็มกลัดโอลิมปิกให้แก่บุคคลทั่วไปด้วยเช่นกัน โดยลายที่ขายดีที่สุดคือโปสเตอร์ประจำการแข่งขัน จากนั้นวัฒนธรรมการแลกเข็มกลัดก็ยิ่งแพร่หลายมากขึ้นไปอีก เมื่อมีการจัดทำหมู่บ้านนักกีฬาครั้งแรกในโอลิมปิกปี ค.ศ. 1924 ที่กรุงปารีส ทำให้นักกีฬาและเจ้าหน้าที่สามารถพบปะกันได้ง่ายขึ้น

โอลิมปิกปี ค.ศ. 1948 ถือเป็นจุดกำเนิดของการจัดทำเข็มกลัดในจำนวนจำกัดเมื่อมีการประกาศการจัดทำเข็มกลัดให้แก่ชาติสมาชิกที่เข้าร่วมการแข่งขันโดยจำกัดจำนวนให้ครบเพียงผู้เข้าร่วมการแข่งขันและเจ้าหน้าที่เท่านั้น ในปี ค.ศ. 1960 ในโอลิมปิกฤดูหนาวก็เริ่มมีการจัดทำเข็มกลัดโอลิมปิกจากผู้สนับสนุนเป็นครั้งแรก ได้แก่?Sylvania Electric และในปี ค.ศ. 1968 ที่เม็กซิโก ก็เป็นจุดกำเนิดครั้งแรกของเข็มกลัดที่มีที่หนีบเข็มด้านหลังที่เราคุ้นเคยกันเช่นปัจจุบันนี้

การเรียกกลุ่มนักสะสมเข็มกลัดในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกมีคำเฉพาะที่เรียกว่า “Pinhead” ซึ่งมาจากการที่ปรกติผู้คนจะกลัดเข็มกลัดไว้บนหมวกในช่วงระหว่างการแข่งขันนั่นเอง

Coca Cola Pin Trading Center โอลิมปิคฤดูหนาว ค.ศ. 2010 ที่แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา (http://olympicvolunteer.wordpress.com)

การซื้อขายแลกเปลี่ยนเข็มกลัดเข้าสู่ยุคเฟื่องฟูสุดขีดในยุค ค.ศ. 1980 เมื่อมีผู้คนนับหมื่นต้องการซื้อขายแลกเปลี่ยนเข็มกลัดกันตลอดทั้งวัน จนทำให้ปี ค.ศ. 1988 โค้ก ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนกีฬาโอลิมปิกรายใหญ่ตัดสินใจเปิดจุดแลกเปลี่ยนเข็มกลัดโอลิมปิกอย่างเป็นทางการ (Olympic Pin Trading Center) เป็นครั้งแรกที่กรุงกายารี่ ประเทศอิตาลี ในกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ซึ่งอยู่ภายในแหล่งขายอาหารและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ โดยมีผู้ใช้บริการพื้นที่มากกว่า 17,000 คนต่อวัน และในปีนั้นมีการออกแบบเข็มกลัดรวมกันมากกว่า 600 แบบ และคาดว่ามีการผลิตรวมกันมากกว่า 7 ล้านชิ้น และจากนั้นจึงมีการจัดทำสถานที่แลกเปลี่ยนเข็มกลัดอย่างเป็นทางการทุกครั้งนับจากที่โซลเป็นต้นมาทั้งโอลิมปิกฤดูร้อนและฤดูหนาว

และในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ค.ศ. 2012 ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ก็มีการจัดสถานที่แลกเปลี่ยนไว้ถึง 3 แห่งด้วยกัน ได้แก่ หมู่บ้านนักกีฬา โอลิมปิกปาร์คบริเวณใกล้สนามแข่งขัน และในไฮด์ปาร์ค ?โดยมีเข็มกลัดทั้งจากผู้สนับสนุนและฝ่ายจัดการแข่งขันหลากหลายแบบ เช่น สัญลักษณ์การแข่งขัน มาสคอต เข็มกลัดวิ่งคบเพลิง สัญลักษณ์ของทีมสหราชอาณาจักร สถานที่เด่นของกรุงลอนดอน เป็นต้น



ข่าวสารและบทความอื่น ๆ

ประมูลเหรียญทองโอลิมปิค 1936 คาดทำรายได้เกิน 30 ล้านบาท
บัตรเดบิตติดชิพ ปลอดภัยกว่าบัตรแถบแม่เหล็กธรรมดาอย่างไร ไทยจะเริ่มเปลี่ยนเมื่อไหร่

Article by admin

avatar I am The CardZ Admin admin tagged this post with: , , Read 2327 articles by
It's very calm over here, why not leave a comment?

Leave a Reply




The CardZ Social Network


Browse by Trading Card